RYT9 Blogs

อาร์วายทีไนน์

ชิลแอนด์ฟันรับลมทะเลที่ ลาแมร์ บางแสน (LA MER Bangsaen)

ชิลแอนด์ฟันรับลมทะเลที่ ลาแมร์ บางแสน (LA MER Bangsaen)

โย่วแมน!! เริ่มต้นกันคึกคักหน่อย เพราะ ตามใจปาก กับ AMMEBA วันนี้รับรองว่าทั้งคึกและทั้งคักกันตลอดงานแน่ๆ เพราะเราจะพาไปอิ่มอร่อย พ่วงด้วยบรรยากาศดี๊ดี แถมยังมีเครื่องดื่มสีสันสดใสที่จะทำให้ทุกคนได้เมา เอ้ย!! ได้มาสนุกก่อนดื่มแทบทุกแก้วอีกด้วย

001

และร้านที่มีบ้าจะพาไปนั่งชิลวันนี้ ก็คือร้าน LA MER BANGSAEN (ลาแมร์ บางแสน) นั่นเอง ซึ่งร้านอยู่เลียบชายหาดบางแสนไปทางฝั่งสะพานปลา จุดสังเกตคือป้ายคอนโด North Beach ตัวโตๆ ส่วนตัวร้านมีโทนสีน้ำเงินแจ่มว้าวเห็นเด่นชัดเช่นกันค่ะ

002

ที่ร้านมีที่นั่งให้เลือก 3 โซนด้วยกัน คือห้องแอร์เย็นสบายในร้าน ที่นั่งด้านหน้า และรับลมทะเลบนชั้นดาดฟ้า รองรับลูกค้าได้ประมาณ 150 ที่นั่ง

003

เดินทางมาถึงร้านแล้วก็ขอชะแวบเข้าไปส่องห้องน้ำห้องท่านิดนึง  เดินเข้ามาก็เจอซุ่มสะบันงาไฟให้ตื่นตาตื่นใจต้อนรับยามเที่ยงกันเลยทีเดียว

004

ช่วงที่ไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก การตกแต่งร้านเลยเป็นธีมหวานๆ หวานทุกอณูของร้านเลยจริงๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งในห้องน้ำ เริ่ดเลอ!!

005

ดอกไม้สีหวานมากถึงมากที่สุด

006

เดินออกมาด้านหน้าร้านอีกรอบก็ถูกรับรองด้วยเวลคัมดริ้งค์ เอ้าโชนนนนนน

007

วิวด้านหน้าร้าน เมื่อมองผ่านประตูออกไป

008

ขึ้นไปดูชั้น 2 มีที่นั่งทำเลงามหลายโซนกันเลยทีเดียว ใครอยากอร่อยพร้อมชมพระอาทิตย์ตกก็ไม่ควรพลาดที่นั่งจุดนี้ แต่ทางร้านบอกว่าควรจะจองล่วงหน้าสักหน่อยนะคะ เพราะนี่คือโซนที่ใครๆ ก็ต้องการ ถ้าไม่จองอาจจะพลาดได้

009

บริเวณลานตรงกลางเป็นพื้นที่จัดกิจกรรม ซึ่งจะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆ อย่างในรูปก็จะเป็นธีมวันแห่งความรัก มีดนตรีสดให้ชม ส่วนก่อนหน้านี้เคยจัดเป็นสระว่ายน้ำ และต้นคริสมาสต์สูงมากมาแล้ว ไปแต่ละทีก็ได้ลุ้นได้เปลี่ยอารมณ์ไปเรื่อยๆ นับว่าเป็นจุดขายที่น่าสนใจมากทีเดียว

010

ที่นั่งแถวริมระเบียง

011

หมอนก็มี ถ้าเมาก็นอน สบายใจเฉิบ เชิ๊บ เชิ๊บ!!

012

หรือจะเป็นโต๊ะเก้าอี้แบบนี้ก็มีเหมือนกัน

013

เดินชมร้านเรียบร้อยแล้วก็มานั่งโต๊ะของเราดีกว่า วันนี้มีบ้าเลือกนั่งตากแอร์ในร้านนะคะ

014

อาวุธพร้อม

015

เมนูที่เราจะได้มาลองชิมกันในวันนี้

016

มีอะไรบ้างมาดูกัน

017

อุ่นเครื่องเบาๆ ด้วยเมนูจานแรก Spicy Salmon (160 บาท)

018

แซลม่อนสดที่มาพร้อมน้ำจิ้มแซ่บๆ และผักสลัด แป๊บเดียวหมดค่ะจานนี้

019

เครื่องดื่มมาชุดแรกก็ต้องขอบอกว่า ไม่เบา และไม่ธรรมดานะคะ พวกเราสวมวิญญาณเป็นนักวิทยาสูบ เอ้ย! วิทยาศาสตร์แป๊บ เพราะจะต้องทำการทดลองกับเมนู La Mer LAB (420 บาท)

020

น้ำผลไม้ 6 ชนิด ที่เสริฟมาพร้อมกับวอดก้า

021

แถมยังเพิ่มความสมจริงเหมือนอยู่ในห้องทดลองด้วยสโมคจากไนโตรเจนเหลว

022

ขั้นตอนการรับทาน ก็คือให้นำวอดก้า หลอดใสๆ เล็กๆ มาใส่ไว้ตรงกลางของหลอดน้ำผลไม้ จากนั้นก็กรอกเข้าคอไปพร้อมๆ กัน จะได้ความฟินเหมือนผู้กล้าในรูป

023

ตัดฉับสลับมาที่อาหารกันต่อ เมนูนี้ฟินๆ กันไป กับ Tuna Salad เมนูชื่อตรงตัว ทูน่าสลัด แค่มองตาก็เข้าใจ (195 บาท)

024

ทูน่าชิ้นโตพอดีคำ ละลายในปากและอยากได้อีก ง่อววว

025

เดี๋ยวจะหาว่าเป็นพวกขี้เมา เมนูเครื่องดื่มซอฟท์ๆ เราก็มีสั่งมาเหมือนกันนะคะ แก้วนี้ก็นางเอกใสๆ น้ำส้ม สิคะเหมาะกับดั๊นที่สุด (70 บาท)

026

และอีกแก้วก็เบาเหมือนกัน น้ำแอปเปิ้ล (70 บาท)

027

แต่ทว่า เราก็ไม่ได้อ่อนใช่มะ เอามึนเมามาผสมผสานอีกสักแก้วละกันเน๊อะ ทายสิแก้วนี้คืออะไร ในรูปคือกำลังเติมไนโตรเจนเหลวพอดีเลย

028

เฉลย แท่น…แท้น แก้วนี้ก็คือเมนู LA MER มีเบสเป็นน้ำลิ้นจี่ผสมแอลกอฮอล์ ไม่แรงมาก สาวๆ คออ่อนจิบได้ค่ะ (240 บาท)

029

การตกแต่งด้านบน มีแอบเปิ้ลเขียวมาให้แกล้ม

030

ตัดฉับสลับมาอีกอาหารอีกรอบ จานนี้คือ Caesar Salad & Grilled Shrimp ซีซ่าร์สลัดกับกุ้งเสียบไม้ย่าง (195 บาท)

031

จุดเด่นของจานนี้คือน้ำสลัดทำเอง เป็นสูตรเฉพาะของร้านค่ะ

032

ส้มจ๋าขนาดนี้เดากันออกมั้ยคะว่าเมนูอะไร เมนูนี้ก็คือ Lopster Bisque เป็นซุปล็อปสเตอร์ เชฟได้นำเอาล็อปสเตอร์ไปเคี้ยวจนข้นเป็นครีมได้รสกลมกล่อม เสริฟมาพร้อมกับกุ้งย่างอีกเช่นกัน (150 บาท) จานนี้รสชาติเข้มข้น ได้ทั้งความหวานและความมัน แต่ถ้าใครไม่ใช่ทางนี้ก็อาจจะรู้สึกเลี่ยนได้ง่าย

033

อุ๊ต๊ะ!! มาเป็นถุงน้ำเกลือแบบนี้ อะไรกันนะ ใครป่วยหรือเปล่า

034

เข็มฉีดยาอีกแน่ะ เมนูอะไรน๊า

035

เฉลยดีกว่า เมนูนี้มีชื่อชวนป่วยว่า I SEE YOU มาครบทั้งเข็มทั้งถุงน้ำเกลือกันเลยทีเดียว (420 บาท)

036

วิธีการดริ้งค์อย่างสนุก ขั้นแรกคือให้ปล่อยเบส น้ำสีเหลืองๆ ในถุงน้ำเกลือลงมาในแก้วประมาณ 1/3 ของแก้ว จากนั้นก็ค่อยๆ ฉีดน้ำหวานจากไซริงก์ฉีดยาลงไปทีละสี

037

ทีมนี้เริ่มจากสีแดงก่อนเลยค่ะ

039

ผลลัพธ์ที่คุณพึงพอใจ

040

จากนั้นเราก็ต่อกันด้วยสีเขียว ตัดแดงกันเลยทีเดียว

041

จริงๆ แล้วเค้าให้ค่อยๆ ใส่สีละสีแล้วดูดให้หมด จากนั้นก็เติมเบสถุงน้ำเกลือลงไปใหม่แล้วค่อยฉีดสีอื่นใส่ แล้วดูดจนหมด ทำแบบนี้สลับกันไปจนครบทุกสี แต่หากสายแข็งมากเหมือนทีมเรา ก็ใส่ทีละสี แล้วดูดตอนท้ายทีเดียวเลยค่ะ ก็จะได้สีขมุกขมัวอย่างนี้ ฮ่า กล้าบอกว่าสายแข็ง จริงๆ แล้วนี่คือตัวอย่างของความผิดพลาดนั่นเอง ไม่ดีไม่เอาอย่าลอกเลียนแบบนะคะ 555

042

ก่อนจะเมาความเพี้ยนไปซะก่อน มาเติมพลังด้วยจานหลักสักนิด จานนี้ก็คือ Grilled Lamb Loin เนื้อแกะส่วนที่นุ่มที่สุดย่างบนเตาถ่าน ทำให้ได้กลิ่นหอมมันแต่ไม่เหม็นสาบ (300 บาท)

043

ความเด็ดอีกอย่างก็คือน้ำจิ้มจิ้มแจ่วที่ทางร้านทำเอง อร่อยลงตัวมากค่ะเมนูนี้ ตัวเนื้อแกะก็อร่อยนุ่ม ไม่เหม็นคาวเหม็นสาบเลยสักนิด เป็นอย่างที่ทางร้านบอกไว้จริงๆ

044

เครื่องดื่มเยอะมากนะคะอย่าเพิ่งตกใจ จะมาเป็นระยะสลับกับอาหาร เพราะที่นี่เค้าเด่นทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เราเลยต้องจัดให้ครบค่ะ แก้วนี้มีชื่อว่า Midori Sour เบสเป็นเมล่อน มีแอลฯ นะคะ เห็นสีหวานแหววอย่างนี้อย่าเพิ่งชะล่าใจ (190 บาท)

045

ส่วนแก้วนี้นี่ของจริง สายแข็งชิมแก้วสีๆ ก่อนหน้านี้อาจจะบอกว่าเบๆ ขอให้จัดแก้วนี้เลยค่ะ น่าจะแรงสุดในบรรดาแก้วเดี่ยวแล้ว เมนูนี้มีชื่อว่า Cororita ค็อกเทลเข้มขมโดนใจ เสริฟพร้อมเบียร์ 1 ขวด หาได้มีความหวานเจือปนไม่ (300 บาท) 046

น้ำสีมันดีอย่างนี้นี่เอง

047

สีสวยหวานอย่างนี้เค้ามีชื่อว่า La Mer of LOVE มาพร้อมไซรัปกลิ่นกุหลาบ และลิ้นจี่ รสชาติหวานสมกับความ LOVE แต่พี่แอลฯ ก็มาเต็มใช่เล่นเลยนะคะ จากการชิมแล้วน่าจะแรงกว่าแก้วสีๆ อีก (150 บาท)

048

เดี๋ยวจะมึนและเมาไปกันใหญ่ มาจัดเต็มด้วย Pizza 4 Season พิซซ่า 4 หน้า ที่ประกอบไปด้วย แซลม่อนรมควัน แฮม ผักโขม และ เบคอน (370 บาท)

049

มีซอสมาให้เพิ่มรสชาติ

050

ทานตอนร้อนๆ จะได้ฟีลชีสยืดๆ อร่อยทุกหน้าเลยค่ะ แต่ชอบแซลม่อนมากสุด นั่งกันทั้งโต๊ะหมายตาหน้าเดียวกัน ต้องอาศัยความไวสิคะงานนี้

051

จานเส้นกันบ้าง เมนูนี้มีชื่อว่า Spaghetti Olio (สปาเก็ตตี้ โอลีโอ) ฟังแต่ชื่อก็สงสัยว่าต้องบิด ชิมครีม แล้วจุ่มนมก่อนหรือเปล่า คนละโอ้กันเลยนะคะ 555 จานนี้เป็นสปาเก็ตตี้ผัดกับพริกแห้ง เบคอน อารมณ์คล้ายๆ ผัดขี้เมา จะออกแห้งๆ เผ็ดๆ ใช้ได้เลย

052

และนี่คือไฮไลท์ของมีบ้าเอง แบบมีขอเบิ้ลกันเลยทีเดียว Crispy Pork Belly หรือ หมูทอดน้ำปลา (160 บาท)

053

ดูความฉ่ำของเนื้อ และความกรอบของหนังสิคะคุณผู้ชม

054

น้ำจิ้มก็แซ่บ ทางร้านทำเองอีกเช่นกัน

055

โอยคือ…พูดได้คำเดียวว่า ฟิน อร่อยจนหยุดไม่อยู่

056

ส่วนนี่ ทางร้านขั้นเวลาอาหารด้วยการหาผู้กล้าท้าให้ลอง ดื่มร้อน รับความแรงกับเมนู แลมโบกินี่ – Lamborghini (440 บาท)

057

หน้าตาดีเน๊อะ คุคิๆ

058

จับภาพไม่ทัน ก่อนถึงเวลาดื่มนี่ไฟจะลุกโชนซู่ซ่าให้สมความแรง แล้วถึงจะได้เวลาจัดการดื่มให้หมดในคราเดียว

059

กลัวไม่เห็นภาพ จัดมาเป็นคลิปเลยค่ะ

อาหารยังไม่หมดนะคะ โต๊ะนี้สายแข็งของอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด รูปร่างถึงได้เพรียวลมล้มไม่ลงกันถ้วนหน้าอย่างนี้ไงคะ 55

Spaghetti Creamy Carbonara สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า (180 บาท)

060

มีไข่ออนเซ็นด้วยนะคะ เมนูนี้สำหรับมีบ้า คิดว่ามันแห้งไปหน่อย ด้วยความเป็นคาโบนาร่า เลยนึงถึงภาพที่ชุ่มฉ่ำกว่านี้ แต่สำหรับคนที่ชอบสไตล์ผัดแห้งหน่อยก็น่าจะโอเค

061

จานพิเศษ แกงเขียวหวานไก่ เสริฟมาพร้อมโรตีกรอบ Green Curry with Chicken + Roties (180 บาท)

062

โรตีแป้งกรอบ

063

อร่อยลืม ถึงจะเป็นย่านฝรั่งเที่ยวแต่รสชาติไม่ทิ้งความแซ่บอย่างไทยๆ นะคะ

064

จานใหญ่สุดต้องยกให้ Seabass and La Mer Sauce ปลากระพงราดซอสลาแมร์ (380 บาท)

065

ซูมความเจ้มจ้นของซอสให้ดูกันชัดๆ

066

ในรูปดูดีเลยหยุดไม่ได้ที่จะสั่งมาเพิ่มความเป็นทะเล๊…ทะเล เมนูนี้คือ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบแบบโมรอคโค (220 บาท)

067

มีแอบจัดใส่จานเองด้วยค่ะ เพื่อความสวยงาม ส่วนในเรื่องของรสชาติ แปลกๆ นิดนึงสำหรับมีบ้า ค่อนข้างจะหนักเครื่องเทศ รสชาติออกหวานๆ ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าเราเองไม่คุ้นเคยกับรสชาติแบบนี้ด้วย

068

จากนั้นก็มาจัดเบาๆ ณ จุดนี้ เราต้องการกับแกล้มมาช่วยแล้วล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นเมนูที่ไม่ควรพลาดก็หนีไม่พ้น เอ็นไก่ทอด (130 บาท)

069

กรุบกรั๊บ กรุบกรั๊บ เคี้ยวกันเพลินๆ ไป

070

ต่อด้วย ปีกไก่ทอดน้ำปลา (150 บาท)

071

หมูทอดน้ำปลามันเริ่ดมาก ก็เลยอยากลองจานไก่ด้วย และมันก็แหล่มมาก ฟินไม่แพ้หมูเลยค่ะ

072

ส่วนหนึ่งของวันนี้

073

กับแกล้มชัดนี่คือ ชัดเลย เจ้าขี้เมาพวกนี้!!

074

อิ่มแน่นมาก แต่ถึงจะแน่นแค่ไหนก็ต้องให้มีของหวานตบท้าย นี่คือเมนูแนะนำอีกเช่นกันค่ะ ฮอกไกโดชีสเค้ก เมนูนี้เจ้าของร้านเป็นคนทำเองเลย อร่อย นุ่ม หอม ถ้าไม่อิ่มมากนี่คงมีเบิ้ลแน่นอนพูดเลย (85 บาท)

075

ช้าก่อน อย่าเพิ่งคิดว่าหมดแล้ว ขามามีเวลคัมดริ้งค์ ขากลับก็คงไม่ได้เดินกลับออกไปง่ายๆ ถ้าไม่ได้จัดเมนูนี้

076

แก้วเรียงกันสวยงาม ขณะนี้เป็นช่วงจัดระเบียบ ใช้เวลาพอสมควรเลยล่ะค่ะ

077

เมนูนี้มีชื่อว่า Rainbow Bomb แถวล่างเป็นเบียร์ แถวบนค่อยได้เติมน้ำสี แต่ละแก้วก็จะได้สีต่างกันไป (580 บาท)

078

เดินทางมาถึงแก้วสุดท้าย

079

พิธีการถัดไปคือใส่ไนโตรเจนเหลว

080

โอ้ย สีสันขนาดนี้ หยิบสักแก้วเลยมั้ยคะ

081

ตอนนี้กำลังบอมบ์แล้วค่ะ

082

แก้วแถวบนล้มเป็นโดมิโน่ลงไปในแก้วใหญ่ แล้วกลายเป็นโกโก้ครันช์ !!

083

ว่าแล้วก็เดินย่อยขึ้นไปชั้นบนซะหน่อย มีสาวๆ สวยๆ ยืนรับลมทะเลยอยู่ด้วย ว้าววว

085

และนี่คือโฉมหน้าเจ้าของร้าน คุณปัน และคุณเก้ ผู้เนรมิตอาหารอร่อย และเครื่องดื่มสุดตื่นตาตื่นใจให้เราได้ลิ้มลองในวันนี้

084

ก่อนจะไปถึงพาเหรดรูปเมนู ขอขั้นด้วยแผนที่ก่อนสักเล็กน้อย เผื่อใครจะตามไป ตามใจปาก ที่ร้านลาแมร์ บางแสน จะได้ไม่หลงค่ะ

Map Map1

ร้านเปิดเวลา 11.00 น. – เที่ยงคืน
เบอร์โทรศัพท์ 035-111030 / 062-3302040
IG: lamerbangsaen
FB: LaMerBangsaen

MENU : DSC00769 DSC00772 DSC00775 DSC00778 DSC00781 DSC00784 DSC00787 DSC00790

รวมเมนูหลัก เมนูเครื่องดื่ม เมนูเครื่องดื่มแอลกอฮอล์IMG_9723

Coffee MenuIMG_9724

Tea & Milk MenuIMG_9726

Tea & Mile MenuIMG_9727

Smoothies MenuIMG_9728