RYT9 Blogs

อาร์วายทีไนน์

ร้านนั่งชิลสไตล์โมเดิร์นอิซากายะ HARUIzakaya & Sushi Bar

ร้านนั่งชิลสไตล์โมเดิร์นอิซากายะ HARUIzakaya & Sushi Bar

เมารี่คิดมาก เอ้ย! เมอรี่คริสต์มาสค่ะพลพรรคนักชิมทั้งหลาย ช่วงเวลาเฉลิมฉลอง ปาร์ตี้จัดเต็มแบบนี้ ตามใจปาก กับอีทติ้งบล็อคเกอร์ตัวยงที่หุ่นเพรียวสเลนเดอร์มากอย่าง AMMEBA เลยขอพาทุกท่านมาดริ้งค์ แอนด์ อีท แบบฟินๆ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเทรนด์ใหม่ สไตล์โมเดิร์ม อิซากายะ ร้านที่ยึดสโลแกนว่า กินดื่มครบ จบในที่เดียว อย่าง HARUIzakaya & Sushi Bar (ฮารุ อิซากายะ แอนด์ ซูชิ บาร์) ย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ร้านอยู่ด้านหลัง CHIC Republic

001

จุดเด่นสะดุดตาที่มองเห็นได้ง่ายจากภายนอกคือโครงสร้างตัวอาคารที่ถูกออกแบบมาให้เป็นรูปนกกระเรียน (นกกระดาษพับ) ซึ่งได้มาจากศิลปะการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นโบราณที่เรียกว่า โอริกามิ (Origami) โดยทางร้านเลือกใช้ภาพของนกกระเรียน หรือที่เรียกว่า ซึรุ (Tsuru Origami) ในภาษาญี่ปุ่นมาเป็นโจทย์ในการตกแต่งร้านนั่นเอง

002

บริเวณทางเข้าด้านหน้าร้าน003

เข้ามาภายในร้านกัน จะเจอป้ายชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษ โลโก้รูปดอกซากุระ พร้อมด้วยตัวอักษรคันจิ ซึ่งเป็นตัวแทนสัญลักษณ์เพื่อให้สอดคล้องกับคำว่า ฮารุ ที่แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ เป็นการสื่อถึงความสดใสและสวยงามของฤดูกาลนั่นเอง และที่ขาดไม่ได้ก็คือเจ้านกกระดาษที่ถูกนำมาตกแต่งไว้ด้วยเช่นกัน

004

ภาพบรรยากาศด้านในร้าน ส่วนเหลี่ยมมุมบนเพดานที่เห็น ก็เป็นเหมือนรอยพับนกกระเรียนกระดาษนั่นเอง

005

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์ – ศุกร์ โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง 2 มื้อ คือ มื้อกลางวัน เปิดให้บริการเวลา 11.30น. – 14.00 น.  และมื้อเย็น เปิดให้บริการเวลา 17.00น. – 23.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดให้บริการทั้งวัน เวลา 11.30น. – 23.00น.

006

สำหรับร้านแนวโมเดิร์น อิซากายะ ก็คือร้านแนวกินดื่ม แบบอิซากายะ แต่โมเดิร์นขึ้นมาหน่อย และไม่เสียงดังโหวกเหวก ไม่มีปัญหาเรื่องควันบุหรี่รบกวนเหมือนร้านอิซากายะทั่วไป เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งดริ้งค์ชิลๆ แกล้มด้วยอาหารญี่ปุ่นโบราณรสดี และต้องการความสงบ โอ่โถง โปร่งสบายขึ้นมาหน่อยนึง

007

เมนูและเครื่องปรุงรส008

ในส่วนของเมนูม่ให้เลือกกว่า 230 เมนู แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ อาหารจานร้อนในแบบอิซากายะ (ปิ้ง,ผัด,ทอด,ย่าง,นึ่ง,อบ,ราเมง), ซูชิ-ซาชิมิ, และคอกเทลบาร์ในสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีบ้าลองเปิดดูแล้วเมนูมีประมาณ 11 หน้า แบ่งเป็นหมวดต่างๆ ให้เลือก ดังนี้

1.กับแกล้ม, 2.เมนูตุ๋น – หม้อไฟ / จานเส้น, 3.ซาชิมิ, 4.ซูชิ, 5.มากิ, 6.เสียบไม้ย่าง, 7.ของทอด, 8.กระทะร้อน, 9.ข้าวซูชิ / ข้าวอบสไตล์ญี่ปุ่น / ข้าวหน้าต่างๆ, 10. – 11. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และซอฟท์ดริ้งค์

009

กับแกล้ม เอ้ย!! อาหารทานเล่นมาเสริฟก่อนเป็นอันดับแรกเลย 3 จานเด่นๆ recommended จากทางร้าน ประกอบด้วย ถั่วแระญี่ปุ่น แปะก๊วยย่างเกลือ และ ปลาหมึกเทมปุระ

P1480926

อาวุธพร้อม นกกระดาษก็พร้อม จะมีวางประดับโต๊ะไว้คนละ 1 ตัว

P1480927

ชัดๆ จานแรก ถั่วแระญี่ปุ่น ใครชอบนี่เคี้ยวกันเพลินไปเลย (59 บาท)

P1480928

ถัดมาเป็น ปลาหมึกเทมปุระ เคี้ยวเพลิน แป้งกรอบอร่อย ปลาหมึกด้านในก็ไม่เหนียวด้วย (159 บาท)

P1480929

ปลาหมึกเทมปุระ เสริฟมาพร้อม มายองเนส และพริก ไว้สำหรับจิ้มเพิ่มรสชาติ

P1480931

จานนี้ก็รุ่นใหญ่ชอบ แปะก๊วยย่างเกลือ มันๆ เคี้ยวเพลินๆ อีกเช่นกัน (89 บาท)

P1480933

จานนี้ ไม่มาไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงร้านอาหารญี่ปุ่น แซลม่อนซาชิมิ ปลาแซลม่อนสดๆ ชิ้นโตๆ นุ่มลิ้นแทบจะละลายในปาก (249 บาท)

P1480935

อาหารส่วนใหญ่จะมาแบบจานเล็กๆ ไว้สำหรับเป็นกับแกล้ม จานนี้ก็เลยมาแค่ 3 ชิ้น แต่ชิ้นใหญ่หน่อย

P1480936

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำบ๊วย (เหล้าบ๊วย) ดื่มง่าย ไม่ฉุนเลย คนที่ไม่ถูกกับแอลฯ ก็ยังสามารถจิบได้อย่างต่อเนื่อง และอาจจะแกนโลกเอียงแบบไม่รู้ตัว แก้วนี้เป็น โชยะ อูเมะป๊อป (Choya Umepop) 300ml ราคา 119 บาท ต่อขวด

P1480938

ชาเขียวเย็นก็โอเค (49 บาท)

P1480940

ป้ายโปรโมชั่นและกิจกรรมของทางร้านที่สามารถร่วมสนุกได้ทางโซเชี่ยลช่องทางต่างๆ ใครสนใจก็กดสมาร์ทโฟนเช็คไปด้วยระหว่างรออาหารก็ได้นะคะ

P1480946

อาหารเรียกน้ำย่อยเซ็ตแรก ที่จะลายลายหายไปอีกในไม่กี่นาทีข้างหน้า

P1480943

รับแซลม่อนมั้ยคะP1480945

ระหว่างนั่งสวยอยู่นี่ก็แอบส่องรอบๆ ตัว ซูชิบาร์อยู่ด้านหลังที่นั่งพอดีเลย
P1480950

ใกล้ๆ กันก็เป็นบาร์เครื่องดื่ม จะเติมบ๊วย เติมชา ก็สบ๊ายเลยทีนี้ อิอิ

P1480952

ซูม ซูม มุมซูชิ อยากได้แซลม่อนทั้งชิ้นนั้นเลยอะค่ะ 3 ชิ้นไม่อิ่ม 555

P1480954

รวมฮิตอีกรอบ ก่อนจะไปเจอสิ่งที่ใหญ่กว่า แซลม่อนนั้นของคนข้างๆ นะคะ ของมีบ้าเรียบร้อยไปตั้งแต่ 3 นาทีแรกแล้ว

P1480955

โฟกัสที่ไม้จิ้มฟันกับกระดาษทิชชู่ละกัน 555 แต่กระป๋องๆ ก็อร่อยเหมาะกับเลดี้เหมือนกันนะคะ Oops!

P1480961

มาแล้ว ใหญ่ชุดที่ 1 เมนูแนะนำและขึ้นชื่อของทางร้าน หนึ่งในสามเมนูซามูไรในตำนาน นั่นก็คือ หม้อไฟญี่ปุ่นหมูคุโรบูตะ (Kurobuta Nabe) เมนูยอดขายอันดับ 1 มีจุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปปลาที่ใช้เวลาเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม หอมน้ำซุปปลาแห้งและหมู (289 บาท)

P1480973

เสริฟยกหม้อมาพร้อมน้ำจิ้ม 2 รส สีดำจะออกรสเปรี้ยวหน่อย ส่วนครีมๆ ขวามือจะเป็นน้ำจิ้มงา รสชาติออกหวานมัน อร่อยทั้งคู่ค่ะ

P1480975

เปิดมาดูด้านใน ในหม้อนี้จะประกอบด้วย เส้นบุก เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม แครอท ผักกาดขาว ต้นหอมญี่ปุ่น และก็เต้าหู้

P1480977

และก็มีเจ้านี่ให้มาด้วย ไม่ใช่มันหมู หรือวุ้นมะพร้าวยักษ์นะคะ แต่นี่คือ วุ้นคอลลาเจน ค่ะ เพราะเมนูนี้เค้ามีคอนเซ็ปต์ ทานแล้วสวย เก๋อะ

P1480978

เติมวุ้นคอลลาเจน ลงไปในหม้อนาเบะ แป๊บเดียวก็ละลาย รับรองสวยเด้งได้รับคอลลาเจนเต็มทุกคำค่ะ

P1480981

ชัดๆ ว่าใส่คอลลาเจนแล้วจริงๆ นะP1480983

ได้เวลาสำคัญ กินเลยสิคะจะรออะไร น้ำซุปหอมมากจริงๆ เนื้อหมูก็นุ่มมาก ปกติไม่ชอบทานหมู ถ้ามีตัวเลือกอื่น แต่เมนูนี้ต้องยอม

เมนูนี้มีให้เลือกเปลี่ยนเป็นแบบเนื้อวัว (319 บาท) และซีฟู้ด (349 บาท) ด้วยนะคะ

P1480986

จานต่อมา ชุดเสียบไม้ย่างใหญ่ (Kushi Yaki Moriawase) ตามชื่อเมนูเลยค่ะ เสียบไม้ย่าง และใหญ่ ประกอบด้วยปิ้งย่างเสียบไม้ 5 อย่าง ไล่จากซ้ายไปขวาเลยนะคะ ไม้แรกคือลิ้นวัวย่าง ตามติดมาด้วย หมูคุโรบูตะสามชั้นย่าง / เบคอนพันไข่นกกระทาย่าง / ไก่บดย่าง ไม้นี้จะพิเศษหน่อย คือมีไข่ออนเซ็นมาให้จิ้มก่อนรับประทานด้วย อีกชื่อเล่นของเมนูนี้คือ เมนูแม่ไก่ลูกไก่ / และไม้สุดท้ายคือ เห็ดหอมย่าง

สำหรับเมนูนี้ ความพิเศษอยู่ที่ ซอสที่นำมาราด ซึ่งทางร้านบอกว่าเป็นซอสสูตรพิเศษของทางร้านที่ใช้เวลาเคี่ยวนานข้ามคืนเพื่อให้ได้รสชาติหอมหวานกลมกล่อมตามสูตรบนเกาะฮอกไกโดโดยเฉพาะ ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่านเพื่อให้ได้ความหอมของถ่านไม้ไผ่ และควรรับประทานตอนร้อนๆ ด้วยค่ะ (249 บาท)

P1480987

ไก่บดจิ้มไข่ออนเซ็นP1480992

เมนูสุดท้าย อลังการงานสร้างที่สุด เมนูนี้ทางร้านบอกว่าใช้เวลาทำนานมาก ถ้าใครสนใจจะไปทานควรโทรสั่งล่วงหน้าไว้ก่อน ชื่อเมนูคือ ข้าวอบหม้อญี่ปุ่นหมูสามชั้น (Buta Kakuni Kamameshi) เมนูนี้จะให้ทั้งความอร่อย และความสนุก เพราะสามารถเลือกวิธีรับประทานได้ถึง 3 แบบด้วยกัน (329 บาท)

แบบที่ 1 คือ ทานเป็นข้าวอบ : ตักทานได้เลยทันที
แบบที่ 2 คือ ทานเป็นข้าวยำ : โดยนำมาคลุกกับเครื่องเคียง ซึ่งทางร้านจัดมาให้ 3 อย่าง ประกอบด้วย สาหร่าย ขิงดอง และต้นหอม ในถ้วยหลุมสีดำๆ ด้านข้างนั่นเองค่ะ
แบบที่ 3 คือ ทานเป็นข้าวต้ม : วิธีการทานก็ง่ายๆ แค่เทน้ำซุปปลาแห้ง(กระบอกสีเงิน)ใส่ลงไปก็เป็นอันเสร็จพิธี

P1480996

เครื่องเคียงสำหรับทำข้าวยำP1480997

ตอนที่พนักงานยกหม้อมาเสริฟ เรายังไม่สามารถทานได้นะคะ ต้องรอให้ข้างในสุกดีก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือจนไฟที่หม้อดับ แต่มีบ้าแอบอยากเห็นเลยขอให้เค้าเปิดให้ดูแป๊บนึง แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรเปิดก่อนค่ะ อารมณ์เหมือนเวลาเราหุงข้าว ถ้าข้าวยังไม่สุกก็ไม่ควรเปิดหม้อข้าวนั่นเองค่ะ

P1480998

ระหว่างรอก็จัดอาวุธให้พร้อมค่ะ และสำรวจหม้อหุงข้าวญี่ปุ่นแบบโบราณไปพลางๆ ว่าหน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง

P1480999

ตอนนี้ได้เวลาแล้วค่ะ สังเกตว่าน้ำจะแห้งแล้ว แต่ถ้าใครชอบไหม้ๆ แห้งๆ หน่อย ก็สามารถปล่อยไว้ได้อีกสักพักนะคะ แต่ตอนนี้เราไปดูข้างในหม้อกันดีกว่าว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง แท๊น…แท่น…

วัตถุดิบในหม้อ ประกอบด้วย หมู 3 ชั้น, แครอท, หม่อไม้ฝรั่ง, แปะก๊วย, เห็ดหอม, ข้าว และน้ำซุป

P1490002

ส่วนนี่ มีบ้าปิดท้ายด้วยการทานเป็นข้าวต้มค่ะ ต้องบอกว่าน้ำซุปปลาแห้งหอมมากๆๆๆ น่าซดเล่นมากเลย หอมอร่อยจริงจัง

P1490003

และปิดท้าย ท้ายสุดจริงๆ แล้วค่ะ ตบท้ายด้วยเมนูของหวานยอดนิยม แน่นอนว่าหนีไม่พ้น ไอศครีมชาเขียว ถั่วแดงกวน ได้เวลาผึ่งพุงแล้วสิ ที่เห็นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทานกันแค่ 2 คนเท่านั้น พุงจะกางขนาดไหน มิอยากให้เพื่อนๆ จินตนาการต่อเลยค่ะ

P1490009

กว่าจะอิ่มก็ย่ำค่ำ อันนี้เป็นรูปของทางร้านค่ะ ใครทานมื้อเย็นก็จะได้ซึมซับบรรยากาศแบบนี้ด้วยค่ะ

P1490010