RYT9 Blogs

อาร์วายทีไนน์

ตามใจปากอร่อยถึงเครื่อง ที่เอทัส ลุมพินี (AETAS Lumpini)

ตามใจปากอร่อยถึงเครื่อง ที่เอทัส ลุมพินี (AETAS Lumpini)

P1340743

สวัสดีค่ะ คุณผู้ชิมมม เห็นแอมมีบ้าที่ไหน ก็แสดงว่าได้เวลาอิ่มพุงกางกันอีกแล้ว กับ ตามใจปาก คอลัมน์ที่ไม่เคยแคร์ความอยาก และไม่มีความต้านทานต่อความหิว ที่ไหนมีของกิน…ที่นั่นมีเรา และในวันนี้ มีบ้า จะขออาสาพาพี่น้องสมาชิกนักกิน ไปอิ่มพุงกางกันที่ GMT Lounge ณ ชั้น 9 โรงแรมเอทัส ลุมพินี (AETAS LUMPINI) เพื่อนๆ สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ลงสถานีลุมพินี ทางออก 1 โรงแรมอยู่ฝั่งตรงข้ามสนามมวยลุมพินี

P1340743-1

ทางห้องอาหารมีโปรโมชั่นลด 15 เปอร์เซ็นต์ สำหรับลูกค้าของดีแทคด้วย ใครใช้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือของค่ายนี้ก็อย่าลืมกดรหัสรับส่วนลดนะคะ

P1340744

พาเดินทัวร์ก่อนสักรอบนึง

P1340745

ใครชอบชมวิวก็เลือกนั่งโซฟาติดหน้าต่าง มองบรรยากาศรถวิ่งไปมาด้านล่าง หรือภาพบรรยากาศอาคารบ้านเรือนบริเวณโดยรอบเพลินๆ ก็ได้

P1340746

หรือถ้ามาหลายคนก็สามารถนั่งตรงกลาง แล้วให้พนักงานชิดโต๊ะก็ได้เช่นกัน

P1340749

แต่ ณ จุดนี้ โต๊ะนี้ก็น่านั่งนะคะ บรรยากาศริม(สระว่าย)น้ำ อาจจะมีซิกแพคโผล่มาให้กรี๊ดเป็นระยะ 555

P1340750

มีต้นไม้เล็กๆ ตกแต่งอยู่ภายใน พอให้ดูร่มรื่นสบายตาเหมือนมีธรรมชาติมาตั้งไว้กลางบ้าน

P1340751

ได้ที่นั่งแล้วก็ขอสั่งเครื่องดื่มมาดับกระหายกันก่อน แก้วแรกเรียกว่าเป็นเครื่องดื่มซิกเนอเจอร์ประจำร้านเลยก็น่าจะได้ เพราะแก้วนี้มีชื่อว่า เอทัส สมูทตี้ สั่งมาด้วยความอยากรู้ว่ามันคืออะไร ลองจิบแล้วก็คาดเดากันไปว่าน่าจะมีส้ม และมะม่วง จนถึงเวลาเฉลย ลองถามพนักงาน ก็ได้คำตอบว่าเราทายถูกมาเกือบหมด เจ้าแก้วนี้ประกอบด้วยผลไม้ 3 อย่าง คือ ส้ม มะม่วง และแอปเปิ้ลแดง นั่นเอง  เก่งมากๆ ชมตัวเองซะงั้น 55  (160 บาท)

P1340752

แก้วต่อมาสีสันสดใส ไม่ใช่ของใครแน่นอน ของมีบ้าเอง สตอเบอร์รี่มิลค์เชค มีส่วนผสมของไอศครีมสตอเบอร์รี่ด้วย ผิดคาดนิดหน่อย พอเห็นคำว่ามิลค์เชค ก็นึกว่าจะเป็นสตอเบอร์รี่นมๆ สีออกชมพูๆ เหมือนที่เราคุ้นชิน แต่ของที่นี่มาเป็นสตอเบอร์รี่สีแดงสด ออกรสเปรี้ยวเล็กน้อย คาดว่าไอศครีมน่าจะใช้เป็นเชอร์เบทสตอเบอร์รี่ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกันค่ะ อารมณ์เหมือนเวลาสั่งสตอเบอร์รี่โยเกิร์ตปั่น ประมาณนั้นแหละ (160 บาท)

P1340753

อีกแก้วนึง ดูจากสีอาจจะแยกไม่ค่อยออกระหว่างแก้วแรก กับแก้วที่ 3 แต่มีจุดต่างนิดหน่อย แก้วแรกน้ำจะไม่เนียนมาก มีกากใยติดมาบ้าง จึงมีการแยกชั้นและเป็นฟองให้เห็นพอเป็นพิธี แต่แก้วนี้เนียนกริ๊บ ตามสไตล์ มะม่วงสมูทตี้ (160 บาท) นี่ไม่ได้กำลังเล่นโฟโต้ฮันท์นะ

P1340754

เครื่องดื่มครบแล้วก็ได้เวลาอาหารจานหลัก ช่วงนี้กำลังมีโปรโมชั่น อาหารธีมเครื่องแกง Curry Delight 4 เมนูตามนี้เลยค่ะ

P1340755

อาวุธพร้อมมากเช่นเคย เห็นเมนูท้องก็ร้องรอแล้ว

P1340756

จานแรกน่าเอ็นดู๊ น่าเอ็นดู กับเมนู Red Curry with Tiger Prawns กุ้งลายเสือผัดพริกแกง จัดวางน้องกุ้ง 2 ตัวเคียงคู่กันมาได้น่ารักมากค่ะ (320 บาท)

P1340772

จานนี้เสริฟมาพร้อม ลิ้นจี่ มะเขือเทศ เชอร์รี่ และองุ่น ได้แรงบันดาลใจมาจากแกงเผ็ดเป็ดย่างลิ้นจี่ แต่เปลี่ยนจากเป็ดเป็นกุ้งลายเสือตัวโตแทน อร่อยถึงรสเครื่องแกงมากค่ะ จานนี้มีบ้าชอบมาก ให้คะแนนเต็ม 10 เลย แหม่…อยากเบิ้ลคนเดียวสัก 3 ตัวเหลือเกิน

P1340774

จานต่อมามีชื่อว่า Southern – Style with New Zealand Mussels หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ราดแกงคั่วใบชะพลู (280 บาท)

P1340775

จานนี้ก็อร่อยฟินอีกเช่นกันค่ะ นักชิมชาวไทยไม่ต้องกลัวจะเจอแกงเชื่อม ถึงจะเป็นแกงขึ้นโรงแรม แต่รสชาตินี่ไทยจ๋ามากค่ะ สิ่งที่ควรมีรสเผ็ดก็เผ็ดถึงใจตามที่ควรจะเป็นจริงๆ ในส่วนของเครื่องแกง ได้รับการบอกกล่าวมาว่าเชฟทำพริกแกงเอง อาหารที่ออกมาแต่ละจานจึงมีรสชาติความอร่อยในแบบเฉพาะตัว ซึ่งเมนูพิเศษธีมเครื่องแกงเหล่านี้ มีให้ชิมถึงแค่สิ้นเดือนกันยายน 2558 นี้เท่านั้นนะคะ ใครอยากลองต้องรีบหน่อยละ

P1340776

เมนูจานพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่ต้องขอลองก็คือ Yellow Curry with Crab Meat ปูจ๋าผัดผงกะหรี่ (280 บาท)

P1340778

ตามปกติมักจะใช้พวกปูม้ามาผัด แต่เชฟบอกว่าไม่อยากซ้ำใคร ใช้เนื้อปูธรรมดาหากินที่ไหนก็ได้ แต่ปูจ๋าผัดผงกะหรี่ยังไม่เห็นมีใครทำ ถ้าอยากลิ้มลองเมนูนี้ ก็ต้องมาที่นี่เท่านั้น รับรองไม่ผิดหวัง

P1340780

ปูจ๋าเต็มปากเต็มคำ ชิ้นเดียวเอาอยู่ อ้อ…เมนูพิเศษ Curry Delight ทุกจานจะเสริฟมาพร้อมข้าวสวยอยู่แล้วนะคะ สมาชิกแก๊งมีบ้าไม่เน้นข้าว เลยขอข้าวมาแค่จานเดียว แทบไม่มีใครแตะข้าวเลยค่ะ แต่ละคนมัวแต่ฟินกับ กับข้าวล้วนๆ ไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว

P1340811

ตอนนี้ผ่านมา 3 จานแล้ว ด้วยกระเพาะเล็กๆ ของมีบ้าและชาวคณะ บอกได้เลยว่า งานนี้ต้องสั่งเพิ่ม เปิดเมนูรอเลยค่ะ 55

P1340812

และสมาชิกใหม่ที่มาช่วยเติมเต็มกระเพาะน้อยๆ ของมีบ้าจานแรกก็คือ ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ย่างซอสเกรวี่ เสริฟมาพร้อมถั่วแขก มะเขือเทศเชอร์รี่ และมันบด (460 บาท)

P1340819

ทอดมันกุ้งกับซอสบ๊วย (200 บาท)

P1340821

ยำเนื้อย่าง (190 บาท) เนื้อไม่เหนียวค่ะ กำลังดี สำหรับเมนู 3 จานหลังนี้เป็นของห้องอาหาร The HOURGLASS ซึ่งตั้งอยู่ชั้น B1 ของโรงแรม เรานั่งใน GMT Lounge ชั้น 9 ก็สามารถสั่งอาหารของ The HOURGLASS ขึ้นมาทานที่นี่ได้เช่นกันค่ะ ทางพนักงานจะเป็นคนจัดการให้เราเอง

P1340826

รับประทานกันไม่ค่อยได้ค่ะ เผลอแป๊บๆ โต๊เราก็ว่างเปล่าแบบนี้

P1340827

แน่นอนว่า ขอเมนูของหวานต่อสิคะ

P1340828

และแล้วก็ได้จานนี้มา Ricotta Cheese Cake (140 บาท) ก้อนโตมากค่ะ ชิ้นนี้เลยต้อง 2 คนช่วยกันกำจัด ใครชอบชีสเค้ก จานนี้ต้องลองค่ะ เนื้อเค้กนุ่มละมุนลิ้นมาก ฟูเบา ไม่เลี่ยนเลย ตัวซอสเป็นกี่วี่ผสมมะนาว รสออกเปรี้ยวๆ ตัดกับความหวานน้อยๆ ของเนื้อเค้กได้อย่างลงตัวมาก

P1340849

ลาวาซอสไหลเยิ้ม ฉ่ำลิ้น

P1340850

ก่อนที่เราจะต้องกลิ้งกลับบ้าน สิ้นสุดมื้อนี้ด้วยน้ำเปล่าเย็นๆ ชื่นใจสักแก้วตบท้ายกันหน่อย

P1340853

ก่อนกลับเห็นป้าย Afternoon GMTea Time ตั้งอยู่ สัญญากับตัวเองทันทีว่าวันหลังต้องหาเวลาไปโดนให้ได้ เพราะวันที่ไปทานอาหารกันเป็นช่วงเย็นแล้ว ซึ่งเซ็ตจิบน้ำชามีบริการแค่เวลา 14.00 – 17.00 น. เท่าที่ลองถามมาเบื้องต้น ชุดนี้ 480 บาท เมนูต่างๆ เสริฟตามในรูปเลยค่ะ

P1340851

สำหรับ GMT Lounge เปิดบริการเวลา 09.00 – 00.00 น. รับออเดอร์ถึง 5 ทุ่มครึ่ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 02-6189538

P1340852

ส่วนตอนนี้มีบ้า ขอตัวไปนั่งพักพุง ก่อนจะเดินหน้าสำรวจร้านน่านั่งร้านต่อไป ที่จะพาทุกท่านไป ตามใจปาก ด้วยกันต่อในครั้งหน้าก่อนนะคะ ขอให้ความอิ่ม และความอร่อยจงอยู่คู่ทุกคนไปนานเท่านานค่ะ รักนะ จุ๊บจุ๊บ