RYT9 Blogs

อาร์วายทีไนน์

อิ่มบุญ อุ่นปอด กอดป่า “ไปลองเที่ยววัง ตีระฆังเมืองแพร่” ตอนจบ

อิ่มบุญ อุ่นปอด กอดป่า “ไปลองเที่ยววัง ตีระฆังเมืองแพร่” ตอนจบ

ความเดิมตอนที่แล้ว…ย้อนความเดิมตะลุยวังชิ้น ตอนที่1 และไปอิ่มบุญเมืองลอง ตอนที่2
อิ่มบุญ อุ่นปอด กอดป่า “ไปลองเที่ยววัง ตีระฆังเมืองแพร่” ตอนที่ 1
อิ่มบุญ อุ่นปอด กอดป่า “ไปลองเที่ยววัง ตีระฆังเมืองแพร่” ตอนที่ 2

005

DAY 3…

และแล้วก็มาถึงการเดินทางวันสุดท้ายในจังหวัดแพร่ เนื่องจากคืนที่ 2 เราพักกันในอำเภอเมือง สถานที่แรกต้อนรับแสงอรุณและสายฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ก็คือ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง วัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล ที่นิยมเดินทางมานมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

006 007

พระพุทธธรรมจักร พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ศิลปะรัตนโกสินทร์ประยุกต์ สร้างด้วยทองเหลือง หน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 3.50 เมตร ประดิษฐานอยู่ทางทิศเหนือของพระอุโบสถ

008

บันไดขึ้นเขตพุทธาวาส วัดพระธาตุช่อแฮ ที่เห็นอยู่นี้คือ บันไดสุระอ้ายก้อม ซึ่งน่าจะเป็นทางขึ้นหลักของนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อเข้ามาในเขตวัด จะเจอบันไดด้านนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

009

สำหรับผู้อาวุโสที่อาจจะเดินขึ้นบันไดไม่สะดวก ที่วัดก็มีลิฟต์ไว้คอยบริการด้วยค่ะ

010

วัยรุ่นอย่างเราเดินขึ้นบันไดชิลๆ ตรงทางเข้าอุโบสถมีดอกไม้ ธูป เทียน ไว้บริการ

011

ถึงแล้ว ซุ้มสวัสดิภาพ ตามเข้ามาเลยค่ะ

012

กฏระเบียบสำหรับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยว พร้อมป้ายบอกอย่างละเอียดว่า ถาวรวัตถุ อะไรอยู่ตรงไหนบ้าง

013

014

เข้ามากราบนมัสการหลวงพ่อช่อแฮ พระประธานในอุโบสถก่อนค่ะ ซึ่งหลวงพ่อช่อแฮนี้ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน สร้างด้วยปูนปั้น ลงรักปิดทอง ประดิษฐานอยู่ในซุ้มเรือนที่แกะสลักด้วยไม้สักทอง

015

จากภาพฝั่งซ้าย คือ ธรรมาสน์โบราณ เป็นที่นั่งของพระสงฆ์ในการแสดงเทศน์มหาชาติ มหาเวสสันดรชาดก มีลักษณะเป็นบุษบก สร้างด้วยไม้สัก ลงรักปิดทองประดับกระจก ศิลปะรัตนโกสินทร์  ส่วนภาพด้านซ้าย ก็คือ พระเจดีย์พระธาตุช่อแฮ เป้าหมายหลักของเรานั่นเองค่ะ เพราะเค้ามีคำกล่าวไว้ว่า

ถ้ามาเที่ยวจังหวัดแพร่แต่ไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่

พระธาตุช่อแฮ เป็นพระเจดีย์ศิลปะแบบเชียงแสน ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง ก่ออิฐฉาบปูน บุด้วยทองดอกบวบ สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ฉัตรพระธาตุ มีลักษณะเป็นพุ่มดอกหมากเบ็ง เป็นเอกลักษณ์ของเมืองแพร่ โดยดอกหมากเบ็งและยอดปลีบัว หุ้มด้วยทองคำแท้ และประดับอัญมณี รวมน้ำหนักทองคำ 9 กิโลกรัม มีอายุยาวนานกว่า 2,600 ปี

016

ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับ พระธาตุช่อแฮ

เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เมืองแพร่ และประทับ ณ ดอยโกสิยธชัคคะบรรพต ขณะนั้นมีเจ้าลาวชื่อว่า ขุนลวะอ้ายค้อม (อ่านว่า ก๊อม) มากราบไหว้พระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ขุนลวะอ้ายค้อมได้ประจักษ์ เนื่องจากสถานที่นั้นเป็นที่ร่มรื่น เหมาะสมจะเป็นที่ที่พระพุทธองค์ประทานพระธาตุเป็นอนุสรณ์ โดยนำเอาเส้นพระเกศาไปไว้ในถ้ำที่อยู่บริเวณนั้น พระพุทธองค์ทรงรับสั่งอีกว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วให้นำพระธาตุและพระศอกซ้ายมาบรรจุไว้ด้วย และต่อไปภายหน้าจะได้ชื่อว่า เมืองแพร่ โดยเป็นเมืองใหญ่ซึ่งพระองค์เคยมาประทับนั่ง ณ ใต้ต้นหมากนั้น เมื่อทรงทำนายแล้วก็เสด็จไปยังเมืองต่างๆ จากนั้นจึงเสด็จกลับจากพระเชตวันอาราม

ด้าน พระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ได้บันทึกเกี่ยวกับพระธาตุช่อแฮไว้ว่า พระธาตุดังกล่าวนี้สร้างขึ้นสมัยพระมหาธรรมราชา (ลิไท) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระมหาอุปราช พระราชบิดาโปรดฯ พระราชทานให้ครองเมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงโปรดฯ ให้สร้างสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเลือกบริเวณดอยโกสิยธชัคคะเพื่อสร้างเจดีย์ 1 องค์ และตั้งชื่อตามความหมายของยอดดอยดังกล่าวว่า พระธาตุช่อแฮ ซึ่งคำว่า แฮ สันนิษฐานว่ามาจากชื่อเรียกผ้าแพร ที่พุทธศาสนิกชนถวายบูชาพระธาตุ

017

ตามคติเรื่องพระธาตุประจำปีเกิด 12 ราศี เชื่อว่า พระธาตุช่อแฮ เป็น พระธาตุประจำปีขาล ผู้คนที่เกิดปีขาลจึงนิยมมาทำบุญแก้ปีชงกันที่นี่

018

พระพุทธโลกนาถบพิตร พระพุทธรูปปางนาคปรก ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระวิหารพระนาคปรก ซึ่งเป็นพระวิหารแบบล้านนาประยุกต์ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรงดงาม

019

ระฆังโบราณ เป็นระฆังที่หล่อจากทองจังโกที่หุ้มพระธาตุช่อแฮ ส่วนที่เหลือจากการหล่อพระพุทธเจดีย์โกไสย์ เห็นระฆังเป็นไม่ได้ ขอตีสักรอบก่อนออกจากจุดนี้หน่อยแล้วกันนะคะ

020

Next Station…สถานีรถไฟ แม่พวก สถานีรถไฟเก่าแก่ที่มีรถไฟฟรีมาจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร เพียงวันละ 1 รอบถ้วนเท่านั้น

021 022

แต่เหตุผลที่เรามากันในครั้งนี้เป็นกิจกรรมกอดป่า กับการ ปลูกป่าและบวชต้นไม้ ซึ่งในวันนี้มีน้องๆ นักเรียนจากกรุงเทพฯ และน้องๆ จากโรงเรียนท้องถิ่นมาช่วยกันปลูกป่าอย่างอบอุ่นเลยล่ะค่ะ

023

ถึงฝนจะตก พื้นจะแฉะแค่ไหนก็ไม่หวั่น และนั่นไงค่ะ นอกจากจะทันเห็นรถไฟขบวนแรกแล้ว ยังมีดอกกระเจียวสีส้มสดใสให้แชะรูปมาอย่างสวยงามอีกด้วย

024

ปลูกป่ากับนายอำเภอเด่นชัย คุณเฉลิมวุฒิ รักขติวงศ์ บอกรักแบบเกาหลี ท่ายอดฮิตประจำทริปนี้

025

จากนั้นก็มาส่งท้ายทริปครั้งนี้กันที่ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม วัดที่มีความวิจิตรงดงามและไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ถ้าหากคุณมาถึงอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ แล้ว

026

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม เป็นวัดสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2520 ตั้งอยู่บนถนนสายแพร่-ลำปาง ช่วงอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีจุดเด่นคือเป็นวัดที่รวบรวมศิลปกรรมล้านนาประยุกต์ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ภาพจิตรกรรมบนฝาผนังระเบียงคตเป็นเรื่องราวของชาดกพื้นบ้านและภาพพุทธประวัติ ในบริเวณวัดมีเจดีย์ทรงล้านนากว่า 30 องค์ ด้านหน้าบันไดทางขึ้นทิศตะวันออกมีรูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่ มีอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทรงล้านนา ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของล้านนาและเมืองแพร่ จัดแสดงเครื่องใช้ อาวุธของนักรบโบราณ รวมทั้งภาพถ่ายของเจ้านายฝ่ายเหนือและภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในล้านนาไว้อย่างครบครัน

027

ที่เห็นด้านบนเป็นแค่ภาพอุ่นเครื่องเองนะคะ ต้องขอใช้คำว่าอลังวังเวอร์ที่สุดในสามโลกไปเลยค่ะ สวยงามอล่ามตามากๆ ส่วนภาพด้านล่างนี้เป็นทางเข้าไปนมัสการพระธาตุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดค่ะ

028

วิจิตรงดงามทุกอณูจริงๆ สำหรับสถานที่แห่งนี้ ขอบอกเล่าด้วยภาพแทนแล้วกันนะคะ เพราะเป็นความงดงามที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรได้หมดจริงๆ

029

เจดีย์ทรงล้านนากว่า 30 องค์

030 031

คำไหว้พระบรมธาตุบารมี 30 ทิศ

032

ภาพจิตรกรรมบนฝาผนังระเบียงคตเป็นเรื่องราวของชาดกพื้นบ้านและภาพพุทธประวัติ

033 034 035 036

รอยพระพุทธบาท

037

ในความขลังมีความน่ารักซ่อนอยู่

038

พระนอนสีหไสยาส

039

วิหารพระเจ้าทันใจวีระศาลเกษมอนุสรณ์

040

พระเจ้าทันใจ041

จิตรกรรมฝาผนัง

042 043

พระอุโบสถใหญ่ ที่มีความวิจิตรงดงามมาก

044

ภายในก็อลังการไม่แพ้กัน

045

ให้อยู่ถ่ายรูปเป็นวันๆ ก็ไม่เบื่อ

046

ภาพถ่ายจากเงาสะท้อนของพระเจดีย์ แอบชอบเป็นการส่วนตัว เหมือนกำลังนั่งมองเจดีย์ที่ตั้งเด่นอยู่บนสรวงสวรรค์ งดงามไปอีกแบบ

047

ด้านหน้ามีโกศของเจ้าเมืองแพร่องค์สุดท้าย กับเสียงตะโกนดังลั่นจากพี่ทีมงานว่า ระวังกับระเบิด!! ไอ้เราก็ตกใจแทบแย่นึกว่าระเบิดจริง ที่ไหนได้ กับระเบิดที่เหยียบแล้วเหม็นหึ่ง รับรองว่าทุกคนจะไม่ยอมให้คุณขึ้นรถร่วมทางไปอย่างแน่นอน

พาออกนอกเรื่องซะอย่างนั้น อะ…มาเข้าเรื่องจริงจังดีกว่าค่ะ

โกศด้านขวาเป็นของ พระเจ้ากาวิละพระบรมราชาธิบดีฯ พระเจ้าเชียงใหม่ที่ 1 องค์ปฐมวงศ์ ราชสกุล ณ เชียงใหม่
โกศกลางเป็นของ เจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าเมืองแพร่องค์สุดท้าย และแม่เจ้าบัวไหล ชายาเจ้าเมืองแพร่
ส่วนโกศซ้ายไม่ปรากฎว่าเป็นของผู้ใด

048

ด้านนอกมี อาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทรงล้านนา เก็บรวบรวมเรื่องราวของล้านนาและเมืองแพร่ จัดแสดงเครื่องใช้ อาวุธของนักรบโบราณ รวมทั้งภาพถ่ายของเจ้านายฝ่ายเหนือและภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในล้านนา

049

สุดท้าย…ท้ายสุดนี้ ต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ และ จส.100 ที่เปิดโอกาสให้มีบ้าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทริปดีๆ ที่เต็มอิ่มทุกรสชาติในครั้งนี้

ส่วนชื่อทริป ไปลองเที่ยววัง ตีระฆังให้ดังระเบิด พออ่านจบครบมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะร้องอ๋อแล้วว่าชื่อทริปสื่อความหมายถึงอะไร แต่ถึงกระนั้นมีบ้าก็แอบมาเฉลยให้อีกรอบแล้วกันค่ะ

ไปลอง หมายถึง อำเภอลอง
เที่ยววัง หมายถึง อำเภอวังชิ้น
ตีระฆังให้ดังระเบิด แน่นอนว่าหนีไม่พ้นระฆังระเบิดที่เราไปตีกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ณ วัดพระธาตุศรีดอนคำ นั่นเองค่ะ

050

และหากใครจะตามรอยไปเที่ยวเมืองแพร่ สามารถสอบถามรายละเอียดการท่องเที่ยวได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ เบอร์โทรศัพท์ 0-5464-6205